Thai / English

จ้างเหมาถูกๆ ชีวิตลูกจ้างในยุคปฏิรูป



15 ก.ย. 57
http://voicelabour.org

หลังจากคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแรงงานที่ 22326-22404/2555 ที่พิพากษาให้ลูกจ้างเหมาค่าแรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เทียบเท่ากับลูกจ้างประจำ ทั้งค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่ารถ โบนัส ฯลฯ ตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 11/1 สร้างความยินดีให้กับฝ่ายลูกจ้างเป็นอย่างมากเพราะถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ ขณะที่ทางฝ่ายนายจ้างต่างหาหนทางในการรับมือกับเหตุในอนาคตที่จะมีลูกจ้างฟ้องเรียกคืนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการย้อนหลัง

ฟ้าหลังฝนที่ดูเหมือนว่ากำลังจะสดใส แต่ทว่าพายุลูกใหม่กลับกำลังก่อตัวขึ้น เพราะมีหลายสถานประกอบการที่เลือกใช้วิธีส่งตัวลูกจ้างเหมาค่าแรงคืนต้นสังกัดเพื่อตัดขาดนิติสัมพันธ์ หลายแห่งใช้ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสถานประกอบการกับคณะกรรมการการอาชีวะศึกษาที่ให้นักเรียนอาชีวะไปฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ นักเรียนเหล่านี้ไม่ต่างจากลูกจ้างอื่น คือมีการเข้างานเป็นกะ ทำโอ.ที. รวมถึงได้รับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ไม่ต่างกับลูกจ้างประจำ ซึ่งดูเผินๆเหมือนว่านักเรียนจะได้ประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงผู้ได้ประโยชน์เต็มๆกลับเป็นฝ่ายสถานประกอบการ ที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคม ได้ลดอำนาจต่อรองของสหภาพแรงงานและลูกจ้างอื่น ได้งาน ได้ภาพลักษณ์ ทั้งยังเป็นการหยั่งรากระบบอุปถัมภ์ลงไปในจิตสำนึกของนักศึกษาเหล่านี้ หรือที่จริงต้องเรียก “ว่าที่ลูกจ้างในอนาคต”

เปิ้ล อายุ 45 ปี อดีตลูกจ้างบริษัทรับเหมาค่าแรง เป็นหนึ่งในลูกจ้างเหมาค่าแรงหลายๆคนที่ถูกส่งตัวคืนต้นสังกัด โดยที่ต้นสังกัดก็ไม่ได้เยียวยาหรือจ่ายค่าชดเชยใดๆให้กับเธอเลย ปัจจุบันเธอยังหาที่ทำงานใหม่ไม่ได้ เธอได้เล่าถึงความขมขื่นในการเป็นลูกจ้างบริษัทเหมาค่าแรงว่า เธอถูกส่งตัวมาทำงานในบริษัทฯค่ายรถยนต์ชื่อดังในจังหวัดอยุธยาเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนแรกรู้สึกดีใจเพราะเป็นบริษัทฯใหญ่ มีชื่อเสียง มีสวัสดิการดีมาก แต่พอได้มาทำงานก็รู้ว่าไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะสวัสดิการเหล่านั้นเขาให้แต่พนักงานประจำ ซ้ำยังต้องต่อสัญญาทุกๆ 6 เดือน แต่เมื่อประมาณกลางปี 2556 กลับไม่ต่อสัญญาให้ โดยนายจ้างให้เหตุผลว่าเธอ อ้วน! ใช่! นายจ้างว่าเธออ้วน คงไปทำงานไม่ได้เต็มที่ ทั้งที่เธอทำงานนี้มาตั้ง 3 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการทำงาน ช่างเป็นเหตุผลที่ทำร้ายจิตใจเธอมาก และหนักกว่านั้น ต้นสังกัดยังปฏิเสธที่จะหางานใหม่ให้เธอ โดยเหตุผลง่ายๆว่า “ไม่มีงาน” ซ้ำจ่ายค่าจ้างให้ก็ไม่ครบ ค่าจ้างในวันหยุดประเพณีก็ไม่ได้ ค่าชดเชยไม่ต้องพูดถึง มีเพียงแนะนำให้ไปขึ้นทะเบียนว่างงานเพื่อรับประโยชน์ทดแทน 50% ของค่าจ้าง แต่เมื่อไปที่ประกันสังคม กลับบอกว่าไม่ได้ เนื่องจากนายจ้างไม่ได้เลิกจ้าง แต่หมดสัญญา ไม่มีงานให้ทำจึงได้ 30%ของค่าจ้างแทน

การจ้างงานเหมาช่วงแดง น้องชายของเปิ้ล ก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับพี่สาว ต่างกันตรงที่อายุงานของแดงมากกว่า แดงเล่าว่า เดิมทีไม่มีการต่อสัญญาทุก 6 เดือนอย่างปัจจุบัน เป็นเพราะเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนพนักงานเหมาค่าแรงบริษัทที่เขาสังกัดรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะบริษัทเหมาค่าแรงอื่นได้หยุดงานวันเสาร์เหมือนกับพนักงานประจำ มีเพียงบริษัทที่เขาทำงานที่ต้องมาทำงานในวันเสาร์ นอกจากสภาพความเป็นอยู่ที่ต่างจากพนักงานประจำยังจะต้องแตกต่างกับพนักงานเหมาค่าแรงจากที่อื่นอีก จึงต่อรองจนได้หยุดเหมือนกับที่อื่น แต่ต้องแลกกับการที่ต้องต่อสัญญาทุก 6 เดือน ซึ่งทางบริษัทที่ไปทำงานบอกว่าหากไม่ขาดไม่ลาไม่สายจะต่อสัญญาให้แน่นอน แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างที่พูด ไม่มีเหตุผลใดจากปากนายจ้างเหมาว่าทำไมไม่ต่อสัญญา เขาเองก็ยังงงๆว่าทำไมไม่ต่อสัญญาให้

ประเนียน ดูจะน่าเห็นใจกว่าใคร คืนวันหนึ่งหลังจากเขาเลิกงาน ในระหว่างเดินทางกลับบ้าน โชคร้ายแมลงเจ้ากรรมดันบินมาเข้าตา เขาจึงไปหาหมอ หมอบอกตาติดเชื้อให้พักรักษาตัว เขาจึงแจ้งหัวหน้าขอลางาน แต่ปรากฏว่ารักษาได้ไม่นานตาข้างหนึ่งของเขาก็บอดสนิท ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อไปทำงานหัวหน้างานกลับถามว่ามาทำไม บริษัทยกเลิกสัญญาไปแล้ว เมื่อไปแจ้งต้นสังกัดก็บอกให้สมัครงานทิ้งไว้แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการเรียกตัวไปทำงานสักที เขารู้ตัวทันทีว่าคงไม่มีใครอยากรับคนตาบอดไปทำงานด้วยแน่

เอี่ยว แม้จะดูโชคดีกว่าประเนียนที่ไม่ต้องพิการ แต่ผลจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับบ้าน ทำให้เขาต้องใส่เหล็กดามขา กลายเป็นอุปสรรคในการทำงานในหน้าที่ แทนที่บริษัทจะย้ายเขาไปทำงานที่เขาสามารถทำงานได้สะดวก ซึ่งก็มีงานอยู่ แต่เขากลับถูกย้ายไปทำงานในหน้าที่ที่ไม่ต่างจากเดิม สุดท้ายบริษัทก็ไม่ต่อสัญญาให้ โดยแจ้งว่าเขาไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานทั้งที่ขาของเขายังไม่หายดี

แต่รายที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในบริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ ก็คือกรณีของ จุ๋ม หญิงสาวที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ นั่นเพราะเธอได้ทราบข่าวดีว่าเธอกำลังจะมีบุตร และข่าวนี้ก็แพร่ไปในบริษัท ซึ่งเธอรู้ดีว่าในบริษัทแห่งนี้ไม่ค่อยมีใครต้องการคนท้อง เพราะคนท้องหมายถึงคนที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ ถูกย้ายไปแผนกไหนก็ไม่มีใครต้องการ จนในที่สุด เมื่อถึงวันที่เธอต้องต่อสัญญาครั้งใหม่ แน่นอนว่า บริษัทแห่งนี้ไม่ต่อสัญญาให้เธอ

อีกตัวอย่างที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนคือ กรณีของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ย่านอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ ที่เมื่อมีฏีกาเรื่องสิทธิประโยชน์ของพนักงานเหมาค่าแรง ทำให้บริษัทแห่งนี้ส่งตัวลูกจ้างคืนต้นสังกัดจำนวนมาก แม้ทางสหภาพแรงงานจะขอพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากทางบริษัทฯ ทำให้มีลูกจ้างเหมาค่าแรงทั้งที่ถูกส่งตัวกลับและที่ยังทำงานอยู่ไปร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจำนวนนับร้อยคน แต่ผลออกมากลับไม่เป็นดังที่ฝ่ายลูกจ้างหวังไว้ เพราะฎีกาที่ออกมากับคำวินิจฉัยของพนักงานตรวจมันตรงข้ามกัน

แต่ก็มีหลายสถานประกอบการที่เลือกที่จะใช้หลักแรงงานสัมพันธ์ให้เกิดประโยชน์ โดยมีการเจรจาพูดคุยกับทางสหภาพแรงงาน จนได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย เช่นบริษัทออโต อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด ที่มีข้อตกลงกับทางสหภาพแรงงาน ฟอร์ดและมาสด้า ว่าจะทยอยบรรจุลูกจ้างเหมาค่าแรงให้เป็นลูกจ้างประจำ 500 คน ภายในสิ้นปี 2557 นี้ ในขณะที่บริษัทนิสสันก็ไม่มีการจ้างลูกจ้างเหมาค่าแรงเพิ่มและเลือกที่จะรับสมัครลูกจ้างโดยตรง

การจ้างงานในหลากหลายรูปแบบที่ทางนายจ้างนำมาใช้นั้น ได้บั่นทอนทำลายความมั่นคงในอาชีพการงานของลูกจ้างจำนวนมหาศาล ซึ่งทางภาครัฐเองที่แม้ก็รู้อยู่เต็มอก แต่ก็อาจจะเรียกได้ว่าแอบปิดตาข้างหนึ่ง โดยคำนึงถึงเพียงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อ้างว่าเป็นเสรีภาพในการบริหารจัดการของนายจ้าง แต่กับฝ่ายลูกจ้างเล่า จะบอกว่าเป็นเสรีภาพที่จะต้องยอมจำนนอย่างนั้นหรือ แล้วชะตาชีวิตของลูกจ้างเหมาค่าแรงควรจะฝากไว้กับผู้ใด ในยุคแห่งกระแสการปฏิรูปเช่นปัจจุบัน

มงคล ยางงาม นักสื่อสารแรงงาน