Thai / English

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แรงงานไทยส่งออกไปแสวงโชคยังต่างประเทศกลับมา พร้อมกับความเคว้งคว้าง มีคำถามถึงการกลับไปทำงานในสถานที่อื่นๆ เพราะหนี้สินที่กู้ยืมมายังคงยาวเป็นหางว่าว...

เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่สำหรับ 450 แรงงานไทยที่ต้องเร่งอพยพออกจากประเทศลิเบีย หลังเหตุการณ์ชุมนุมบานปลาย ทุกวินาทีดูเหมือนจะยาวนาน

ก่อนที่ควันไฟและเสียงปืนจะลุกลาม ทางบริษัท โอเดเบรทช์ (Odebretch) ประเทศบราซิล ได้ว่าจ้างให้สายการบินโอเรียนท์ไทย นำคนงานไทยที่ลี้ภัยเข้าไปในเกาะมอลต้า บินกลับประเทศบ้านเกิด

อุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานที่ปรึกษาสายการบินโอเรียนท์ ไทย ชื่นชมบริษัท โอเดบริทช์ ว่ามีความรับผิดชอบต่อคนงานไทยเป็นอย่างดี แต่ปัญหาในขณะนี้คือยังมีคนไทยตกค้างอยู่ในมอลต้าอีกประมาณ 1 พันคน

“ตอนนี้เราได้รับการติดต่อจากต่างชาติ ให้เข้าไปรับคนงานที่ลี้ภัยของเขาออกมาจากลิเบีย แต่สำหรับผมแล้วผมให้ความสำคัญกับคนงานไทยเพื่อนร่วมชาติของเราก่อน ซึ่งก็ต้องอยู่ที่ว่าจะได้รับการติดต่อจากรัฐบาลให้เข้าไปอพยพคนไทยที่ยังตก ค้างอยู่หรือไม่ และผมยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคนไทยก่อน”

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจนำคนงานไทยล็อตใหญ่ที่สุดครั้งแรก 450 คน กลับบ้าน

แรงงานไทยกลุ่มนี้ได้เข้าไปทำงานก่อสร้างสนามบินและทางด่วนในกรุงทริปูลี ประเทศลิเบียให้กับบริษัท โอเดเบรทช์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอีสานที่ทิ้งภูมิลำเนาหวังเก็บเงินส่งกลับบ้าน

ความวุ่นวายทางการเมืองที่นำไปสู่การนองเลือด ทำให้แรงงานไทยกลุ่มนี้ทยอยออกจากประเทศลิเบียโดยเรือบรรทุกมาพร้อมกับแรง งานเวียดนาม รวมแล้วกว่า 2,000 คน ซึ่งความเป็นอยู่บนเรือนั้นสุดแสนจะลำบาก แต่ก็ยังดีกว่านอนดูกระสุนปืนอยู่ที่แคมป์คนงาน

“ระหว่างที่อยู่บนเรือเวลาจะกินข้าวเช้าจะ ต้องต่อคิวกันยาว เริ่มแจกอาหารกันตอนเวลา 6 โมงเช้า กว่าจะได้กินก็บ่าย 2 เพราะคนเยอะมาก อาหารที่แจกก็เป็นขนมปัง นมครึ่งแก้ว หรือสปาเก็ตตี้ ซึ่งได้กินข้าวเพียงมื้อเดียว ช่วงที่อยู่บนเรือ 12 ชั่วโมงนั้นทรมานมาก” แรงงานไทยคนหนึ่งเล่าให้ฟัง

พวกเขาบอกว่าเรือออกจากประเทศลิเบียตอน 00.35 น. ของวันที่ 27 ก.พ.มาถึงเกาะมอลต้าในเวลา 12.35 น. นอกจากอาหารจะไม่ถูกปาก แต่ต้องประทังชีวิตให้รอด และทำให้บางคนเข็ดขยาดกับอาการเมาเรือ

“ตอนเดินทางจากลิเบียมามอลต้าเกือบจะไม่ได้ออกมาแล้วเพราะมีการตรวจเข้ม จากเจ้าหน้าที่ มีคนที่นั่งรถจากทริปูลีเพื่อจะมาขึ้นเรือ ระหว่างทางโดนปล้นไป 3 ครั้ง เงินไม่เหลือสักบาท”

“พอเรามาถึงมอลต้า ทางบริษัท โอเดเบรทช์ ได้ให้เราไปพักที่โรงแรม อยู่ 3 วันกลับไม่พบว่าจะมีข้าราชการมาอำนวยความสะดวก ถ้ามีข้าราชการประจำเราจะได้มีที่ปรึกษาว่าเราควรทำยังไงต่อไป แต่ไม่มีใครมาทักทายคนไทยเลย” คนงานคนหนึ่งตัดพ้อ

นิยม เลิกนอก หนุ่มวัย 50 ปี จาก จ.บุรีรัมย์ บอกว่า กลับถึงประเทศไทยแล้วอยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือเงินที่ต้องเสียไปในการไปทำงานที่ลิเบีย

ทั้งนี้เนื่องจากคนที่จะไปทำงานที่ลิเบียต้องเสียค่าหัว 1.2 แสนบาท บางคนจ่ายสด บางคนจ่ายผ่อน ที่โชคร้ายกว่านั้นคือบางคนทำงานได้ไม่กี่เดือน และบางคนเพิ่งไปถึงได้วันเดียวก็เกิดการจลาจล ต้องเก็บกระเป๋าอพยพโดยที่ยังไม่ได้ทำงานเลยด้วยซ้ำ

แรงงานไทยคนหนึ่งบอกว่า ทำงานได้เงินเดือน 437 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.3 หมื่นบาท น้อยที่สุดที่ได้รับคือ 9 พันบาท แม้รายได้จะไม่มากอีกทั้งยังต้องหักค่าใช้จ่ายสารพัด แต่การได้มาทำงานต่างประเทศก็ยังดีกว่าทำไร่ทำนาอยู่ต่างจังหวัดที่รายได้ ไม่แน่นอน

สมพร พรมรอง วัย 55 ปี จาก จ.ตาก คาดหวังว่ากลับถึงไทยแล้วจะได้รับเงินช่วยเหลือจากส่วนราชการ เพราะบางคนไม่มีเงินติดตัวเลย

“มีบางคนที่ไม่รู้ว่ากลับถึงประเทศไทยแล้วจะไปทางไหนต่อ เพราะเงินไม่มี อีกทั้งถ้ากลับบ้านไปแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้วจะได้กลับไปทำงานที่ต่าง ประเทศอีกหรือไม่ แม้ว่าส่วนใหญ่จะทำใจแล้วว่าคงไม่ได้กลับไปอีกอย่างแน่นอน เพราะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับกัดดาฟี”

สมพร บอกว่า ใจจริงๆแล้วแอบเชียร์กลุ่มผู้ประท้วง ที่อยากให้ชนะเพราะเท่าที่เห็นมาความเป็นอยู่ของคนลิเบียอดอยาก ไม่มีงานทำ

“พอเขาเห็นเราซึ่งเป็นคนต่างชาติก็พยายามที่จะฉกชิงปล้นทรัพย์สิน เวลาเราจะไปไหนมาไหนต้องรวมกลุ่มไปกันเยอะๆ ไม่อย่างนั้นโดนปล้นแน่นอน ทั้งเงินทั้งโทรศัพท์ไม่มีเหลือ”

สมพร เล่าอีกว่า กลุ่มคนงานไทยที่เดินทางกลับประเทศไปแล้วทางเครื่องบิน กลุ่มแรกมี 2 ชุด ประมาณ 400 คน ซึ่งชุดนี้ 450 คนถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุด โดยช่วงหลังมีหลายบริษัทที่อพยพคนงานของตนเองออกมาจากลิเบียจนทำให้สนามบิน แออัด

“เฉพาะคนไทยที่อพยพมามอลต้าประมาณ 700 คน ทางบริษัทแม่ได้เหมาเรือให้ มีที่ต้องนอนบนเรือบ้างเพราะไม่มีโรงแรมให้พัก โดยมีคนไทยอีก 278 คน ที่รอกลับประเทศ เนื่องจากที่นั่งเครื่องบินเต็มแล้ว มาไม่ได้ ยังดีที่บริษัทแม่ยังดูแลอยู่จนกว่าทุกคนจะออกจากมอลต้า ถือว่าเป็นนโยบายของบริษัท โอเดบริทช์ ที่ต้องการให้คนงานทุกสัญชาติได้อพยพออกมาทุกคน”

“ปัญหาตอนนี้คือ บริษัทจัดหางาน เพราะคนที่ทำงานไม่ถึงปี บางคนทำงานแค่ 3 วัน หรือยังไม่ได้ทำงานก็มี เฉพาะคนทำงานไม่ถึง 3 เดือนมีประมาณ 400-500 คน ซึ่งต้องไปดูในเอกสารสัญญาจ้าง การให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 3.5 หมื่นบาท เราเรียกร้องเงินคืนค่าเดินทางได้หรือเปล่า และในส่วนของวงเงินกองทุนสมาชิกคนงานต่างประเทศจะช่วยเหลืออย่างไร” สมพรกล่าว

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แรงงานไทยส่งออกไปแสวงโชคยังต่างประเทศกลับมาพร้อม กับความเคว้งคว้าง มีคำถามถึงการกลับไปทำงานในสถานที่อื่นๆ เพราะหนี้สินที่กู้ยืมมายังคงยาวเป็นหางว่าว

ครั้นจะขอให้รัฐบาลช่วยเหลือชำระหนี้สินของทุกคนคงเป็นไปได้ยากยิ่ง

น้ำบ่อหน้าที่พวกเขาเหล่านี้คาดหวัง ขึ้นอยู่กับว่าจะมีความช่วยเหลือใดๆจากภาครัฐต่อไปหรือไม่