Thai / English

          1 พ.ค. 52 - เวลา 07.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยเนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2552 ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ว่า วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2552 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่มีความสำคัญของบรรดาพี่น้องผู้ใช้แรงงานไทยและผู้ใช้แรงงานทั่วโลก ตนมีความยินดีที่ได้มีโอกาสพูดถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน และบอกเล่าถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับกิจการด้านแรงงานในวันนี้ เราทุกคนต่างก็เคยได้ยินคำพูดที่ว่า "แรงงานสร้างสรรค์โลก" กันมาแล้ว คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้แรงงานนั้นไม่ใช่เป็นแค่เพียงผู้ที่ใช้แรงงานของตนบันดาลสร้างสรรค์ สิ่งต่าง ๆ ให้บังเกิดขึ้นในโลกใบนี้ได้อย่างมากมายเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองและสังคมให้เจริญ ก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ๆ ดังนั้น ทุก ๆ ประเทศในโลกรวมทั้งประเทศไทยของเรา จึงให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างยิ่ง

          ในปีพุทธศักราช 2552 นี้ สถานการณ์ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นปีที่มีความยาก ลำบากอีกปีหนึ่ง เพราะในขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ต่างก็กำลังเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งใน ประวัติศาสตร์ของโลก ซึ่งคงทราบดีอยู่แล้วว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ทำให้สถานประกอบกิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และสถานประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งมีอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากกว่า 15,000 ราย ต้องประสบปัญหาในการดำเนินกิจการ บางรายอาจจะถึงขั้นเลิกกิจการ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าต้องส่งผลกระทบมาถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงานด้วย โดยได้มีการคาดการณ์ตัวเลขผู้ที่จะถูกเลิกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้ใน ปี 2552 ประมาณ 8 แสนคน และยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ ซึ่งก็คือผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในทุกระดับด้วย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข โดยนอกจากการเร่งแก้ไขปัญหาให้เศรษฐกิจทั้งระบบของประเทศ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โลกให้น้อยที่สุดแล้ว ยังต้องเร่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากวิกฤตเศรษฐกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศอย่างเร่งด่วน ซึ่งก็รวมถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั่นเอง' นายกรัฐมนตรีกล่าว

          

           นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น นอกจากรัฐบาลจะได้เร่งนำความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักการค้า และนักท่องเที่ยวกลับคืนมา โดยใช้เวทีระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด และได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยตรงแล้ว ยังได้ออกมาตรการหลายด้านเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่น มาตรการช่วยค่าครองชีพ ช่วยค่ารถเมล์ หรือช่วยค่าน้ำ ค่าไฟ มาตรการสนับสนุนโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง การเพิ่มเบี้ยยังชีพแก่ ผู้สูงอายุ การเพิ่มค่าตอบแทนแก่ อสม. และโครงการเช็คช่วยชาติ ส่วนในระยะยาวรัฐบาลได้กำหนดให้เพิ่มการลงทุนด้านการเพิ่มผลผลิตด้านอาหาร พลังงานทดแทน และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค คมนาคม แหล่งน้ำ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยให้การท่องเที่ยวเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ เป็นต้น ส่วนในการช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้น นอกจากมาตรการที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น มาตรการช่วยค่าครองชีพ ซึ่งพี่น้องผู้ใช้แรงงานเองก็ได้รับประโยชน์ด้วยแล้ว รัฐบาลยังได้ดำเนินโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างหรือกำลังจะถูก เลิกจ้างงาน โครงการนี้นอกจากจะทำให้แรงงานได้รับการพัฒนายกระดับฝีมือแล้ว ยังสามารถทำให้กลับเข้าสู่การจ้างงานโดยเร็วได้อีก ด้วย

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กระทรวงแรงงานยังได้กำหนดมาตรการที่จะรับมือสถานการณ์เลิกจ้างในปี 2552 คือการติดตามให้ความช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และช่วยเหลือทางการเงินผ่านกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้ตั้งคณะทำงานขึ้นติดตามสถานการณ์เลิกจ้างและการ ช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และรายงานให้รัฐบาลทราบอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่แรงงานนอกระบบ ซึ่งมีหลักประกันความมั่นคงน้อย โดยจะให้มีการจัดระบบการคุ้มครอง และการให้ความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบให้ครอบคลุมมากขึ้นต่อไป รัฐบาล ไม่อยากให้วิตกหรือตื่นตระหนกเกินไปในสถานการณ์ ทั้งทางเศรษฐกิจและแรงงานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลได้ให้ทุกหน่วยเตรียมการรับมือกับปัญหาอย่างเป็นระบบแล้ว? ตนมั่นใจว่าเราจะก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ประเทศไทยของเราเคยมีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกันมาแล้วในอดีตและเราก็สามารถ ผ่านพ้นมาได้ทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเราสามารถนำบทเรียนหรือประสบการณ์ที่ผ่านมา? มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี

          นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาที่มีผู้ได้รับผลกระทบ เป็นจำนวนมากให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยความร่วมมือและความ ร่วมใจกันของทุก ๆ ฝ่าย ส่วนในด้านแรงงาน ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน จะต้องมีความเข้าอกเข้าใจกัน และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในขณะเดียวกันทุกฝ่ายก็ต้องมีการปรับตัว และมีแนวคิดในหลักการพึ่งพาและพัฒนาตนเองด้วย เช่นการพยายามลดรายจ่าย การพัฒนาฝีมือและความรู้ต่าง ๆ ให้เพิ่มพูนขึ้น หรือรวมไปถึงการเพิ่มรายได้ด้วยการหาอาชีพเสริม เป็นต้น สำหรับรัฐบาลนั้น ตนขอให้ความมั่นใจว่าจะดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศ และพี่น้องประชาชน ตลอดจนของผู้ใช้แรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต โดยการทำงานจะยึดหลักนิติธรรม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม ความเท่าเทียมกันภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และในโอกาสวันสำคัญของผู้ใช้แรงงานนี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดปกป้องคุ้มครองให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานและครอบครัว ตลอดทั้งพี่น้องประชาชนทุกคน จงประสบแต่สิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์พัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมไทยให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป