|
อีกหนึ่งกรณีเลิกจ้างรับปีใหม่ จากการที่คนงานพยายามเจรจาต่อรองด้วยหลักแรงงานสัมพันธ์ที่ดี แต่กลับถูกเทคนิคโต้กลับจากนายจ้าง เช่น เลิกจ้างผู้ก่อการสหภาพฯ-ผู้แทนการเจรจา, เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างและปิดงานคนงานที่สนับสนุนข้อเรียกร้อง เป็นต้น
บริษัท ไฮคอม ออโตโมทีฟ พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) เลขที่ 64/30 หมู่ที่ 4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ทะเบียนเลขที่ 0105545126022 ทุนจดทะเบียน 151,700,000 บาทได้รับการจดทะเบียนตั้งแต่ พ.ศ 2546 นายจ้างเป็นชาวมาเลเซีย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ บริษัทไฮคอม-เทค ซี แมนูแฟคเจอริ่ง มาเลเซีย เอสดีเอ็น บีเอชดี (Hicom-tech see Manufacturing Malaysia SND.BHD.) เลขที่ ลอท 76&75 เอ จาลาน เซเมนตา 27/91 เซคชั่น 27 – 40000 ซาห์ อลัม เซแลงกอร์ ดารูล เอซาน ประเทศมาเลเซีย โดยบริษัทฯทำกิจการประเภท ฉีดพลาสติกอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น กันชนหน้า กันชนท้อง ฝาน้ำมัน ไฟแฮนด์เดอร์น หลังคาพรมภายในรถยนต์ ส่งให้กับลูกค้าภายในและต่างประเทศ เช่น Ford, Chevrolet sale,GM, Sanko Gosei, Calsinic kansei Thailand, GM(export), Brose (German,Spain)
เมื่อวันที่ 11 เดือน ธันวาคม 2552 พนักงานบริษัท ไฮคอม ออโตโมทีฟ พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัท ไฮคอม ออโตโมทีฟ พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด ในนามพนักงานเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงาน และได้มีการในวันเดียวกันเตรียมการยื่นจดทะเบียนสหภาพแรงงานในเวลาเดียวกัน เวลา 10.30 น. หลังจากที่มีการยื่นข้อเรียกร้องนายจ้างได้มีการเลิกจ้างผู้แทนในการเจรจาข้อเรียกร้อง 1 คน คือ นางสาวเจนจิรา การถาง โดยไม่มีการตั้งข้อหาให้ทราบแต่อย่างใด และหลังจากนั้นนายจ้างไม่ตั้งผู้แทนในการเจรจาข้อเรียกร้องตามเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงนำไปสู่การแจ้งพิพาทแรงงานของผู้แทนลูกจ้างในวันที่ 14 ธันวาคม 2552 พร้อมทั้งได้มีการยื่นขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานต่อนายทะเบียนจังหวัดระยอง หลังจากนั้นสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยองได้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 วันที่ 17 ธันวาคม 2552 ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ จึงได้มีการนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 22 ธันวาคม 2552 แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่สามารถตกลงกันได้ และผู้แทนเจรจาของพนักงานก็ได้พยายามที่จะปรับลดข้อเรียกร้องแต่นายจ้างยังคงไม่รับพิจารณาดังมีผลการเจรจาครั้งล่าสุด คือ 1. ข้อเสนอของพนักงาน ให้บริษัทฯ ปรับเงินขึ้นประจำปี 2553 ให้กับพนักงานทุกคน ทุกระดับไม่ต่ำกว่า 4 % และบวกเพิ่มพิเศษอีกคนละ 100 บาท ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ ปรับเงินขึ้นประจำปี 2553 ให้กับพนักงานทุกคน เฉลี่ยที่ 5 %
2.ข้อเสนอของพนักงาน ขอให้บริษัทปรับค่าข้าวจากเดิมเดือนละ 500 บาท เป็น 800 บาท และให้คงข้าวเปล่าไว้ ข้อเสนอของบริษัท บริษัทปรับค่าข้าวจากเดิมเดือนละ 500 บาท เป็น 800 บาท และให้ยกเลิกข้าวเปล่า
3.ข้อเสนอของพนักงาน ให้บริษัทฯ ปรับเพิ่มค่าเช่าบ้านจากเดิม 600 เป็นเดือนละ 1,000 บาท ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ จะรับไปพิจารณาในเดือนมีนาคม 2553
4.ข้อเสนอของพนักงาน ให้บริษัทฯ จ่ายเงินโบนัสประจำปี 2552 ให้กับพนักงานทุกคน 1.5 เท่าของเงินเดือน และบวกเพิ่มพิเศษอีกคนละ 10,000 บาท ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ จ่ายโบนัสปี 2552 ให้กับพนักงานทุกคน 1 เท่า บวกอีกคนละ 3,000 บาท
5.ข้อเสนอของพนักงาน ให้บริษัทฯ ปรับการจ่ายค่ากะ ให้กับพนักงานจากเดิม 60 บาท เป็น 80 บาท / คืน ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ จะรับไปพิจารณาในเดือนมีนาคม 2553
6.ข้อเสนอของพนักงาน ขอให้บริษัทฯ จ่ายค่าครองชีพให้กับพนักงานทุกคนๆ 500 ต่อเดือน ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ ไม่รับพิจารณา
7.ข้อเสนอของพนักงาน ขอให้บริษัทฯ จ่ายค่าความเสี่ยงภัยให้กับพนักงานทุกคน 600 บาทต่อเดือน ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ ยืนยันหลักเกณฑ์การจ่ายเดิม
8.ข้อเสนอของพนักงาน ให้บริษัทฯ ปรับเพิ่มเบี้ยขยัน จากเดิม 300 บาท เป็น 400-500-700 บาทต่อเดือน ข้อเสนอของบริษัท บริษัทฯ ยืนยันหลักเกณฑ์การจ่ายเดิม
ข้อเรียกร้องอื่นผู้แทนลูกจ้างขอถอนข้อเรียกร้อง ผู้แทนเจรจาฝ่ายนายจ้างปฏิเสธการเจรจาโดยแจ้งว่าไม่ประสงค์จะเจรจากับลูกจ้างอีกต่อไป ขอยุติการเจรจา พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานนัดเจรจาอีกครั้งในวันที่ 5 มกราคม 2553 ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552 บริษัทฯ ได้ออกประกาศเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างของพนักงานโดยการเปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานจากที่เคยทำงาน 2 กะ เปลี่ยนเป็น 3 กะ โดยมีการเปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานเฉพาะพนักงานที่มีรายมือชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องของพนักงานเท่านั้น แต่พนักงานทุกคนยังคงยืนยันที่จะทำงานในเวลาทำงานปกติของตนเอง
จากนั้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2552 บริษัทฯ ได้แจ้งขอใช้สิทธิ์ปิดงานเฉพาะส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป ซึ่งการประกาศปิดงานของนายจ้างเกิดขึ้นก่อนที่หยุดงานในเทศกาลปีใหม่เพียงวันเดียว การกระทำดังกล่าวเป็นการฉกฉวยโอกาสของนายจ้างที่จะให้ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงวันหยุดเทศกาลซึ่งปกติลูกจ้างจะต้องได้รับค่าจ้างระหว่างหยุดเทศกาลจำนวน 8 วัน จากปัญหาต่างการเลิกจ้างผู้แทนในการเจรจาข้อเรียกร้องและแกนนำในการก่อตั้งสหภาพแรงงานรวมทั้งประกาศปิดงานเฉพาะส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านายจ้างมีเจตนาที่จะละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงานในการรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานฯ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของลูกสามารถกระทำได้ ตามความมาตรา 77 และมาตรา 89 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ 2518 ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ในมาตรา 64 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ฯ และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ อนุสัญญาหลักฉบับที่ 87 และ 98 ในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม การที่บริษัทฯ เลิกจ้างลูกจ้างและปฏิเสธการเจรจาต่อรองร่วมในกรณีดังกล่าวนี้ จึงเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ 2518 อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน นอกจากนั้นการเลิกจ้างผุ้แทนในการเจรจาดังกล่าว ยังขัดต่อมาตรา 20,121,122 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ 2518 ทั้งนี้พนักงานบริษัทไฮคอมฯ จึงขอร้องเรียนมายังองค์กรต่างๆให้ดำเนินการช่วยเหลือให้พนักงาน บริษัทไฮคอมฯ ได้รับความเป็นธรรมและให้นายจ้างเคารพกฎหมายและยุติพฤติกรรมที่เป็นการละเมิดกฎหมายเพื่อไม่ให้พนักงานได้รับความเดือดร้อนและเป็นการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์อันดีในระบบทวิภาคีที่ยั่งยืนต่อไป และพนักงานทุกคนที่ถูกนายจ้างปิดงานยังคงยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อกลับเข้าทำงานและเรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนมา ทุกคนยังคงชุมนุมกันที่บริเวณหน้าบริษัทฯ จนกว่าการเจรจาจะหาข้อยุติร่วมกันได้ อนึ่ง ทางด้านกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ได้ออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่พนักงานบริษัท ไฮคอม ออโตโมทีฟ พลาสติก (ไทยแลนด์) จำกัด
|